อิศรา อมันตกุล
อิศรา อมันตกุล มีชื่อจริงว่า อิบรอฮีน อะมัน ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนนามสกุลเป็นอมรทัต
เป็นบุตรของนาย ม. ซาเลย์ กับนางวัน เกิดเมื่อวันที่ 18
พฤษภาคม พ.ศ. 2463
สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยม 8 จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน
โดยมีคะแนนในวิชาภาษาอังกฤษสูงสุดของประเทศ จากนั้นได้ไปทำงานกับคณะมิชชั่นนารีที่นครธรรมราช
ประมาณ 2 ปี ก่อนเผชิญชีวิตในประเทศใกล้เคียงอยู่ระยะหนึ่ง
แล้วจึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ
เริ่มงานหนังสือพิมพ์กับกุหลาบ สายประดิษฐ์ และมาลัย ชูพินิจ
ในหนังสือสุภาพบุรุษ - ประชามิตร จากนั้นได้ร่วมก่อตั้งหนังสือสุวัณณภูมิ
กับทองเติม เสมรสุต, เสนีย์ เสาวพงศ์, วิตต์ สุทธิเสถียรฯ
และย้ายไปทำงานหนังสือพิมพ์ต่างๆ อีกหลายฉบับในปี พ.ศ.
2501 ขณะเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์บางกอกเดลิเมล์ อิศราและนักหนังสือพิมพ์หลายคนคนถูกจับด้วยข้อหา
มีการกระทำเป็นคอมมิวนิสต์ และถูกคุมขังเป็นเวลา 5 ปี
10 เดือน โดยไม่มีการส่งฟ้องศาล เมื่อได้รับการปลดปล่อยได้ทำงานที่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์จนวาระสุดท้าย
อิศรา อมันตกุล เขียนเรื่องสั้นมาก่อนที่จะทำงานหนังสือพิมพ์
และมีผลงานด้านนวนิยายเป็นจำนวนมาก อาทิ นักบุญ - คนบาป,
ฮาลิมาวกุนิง (เสือเหลือง), เขาตะโกนหานายกรัฐมนตรี, ชุดนักสืบพราย
พิสดาร ฯลฯ
อิศรา อมันตกุล เสียชีวิต เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2512
ด้วยโรคมะเร็ง
นามปากกา
นายอิสระ มะงุมมะงาหรา อโศก ธนุรธร รติรมย์ เริง อภิรมย์
นที บุรีรัมย์ เริง กุลราช ทรงกลด
กลางหาว พราย พิสดาร ดร.x XYZ แฟรงค์ ฟรีแมน เจดีย์ กลางแดด
ฯลฯ
สรุปผลงาน
นวนิยาย : นักบุญคนบาป นาถยา สถาพรผู้กลับมา (นาถยาภาคจบ)
วีรบุรุษใน-
หนังฬา เสือซ่อนเล็บ ข้าจะไม่แพ้ ธรณีประลัย ไซง่อนพิศวาส
ไซง่อน-เสน่หา พยัคฆ์ร้ายไซง่อน ชุมทางดาวร้าย ลูกผู้ชายชื่อไอ้แผน
ท้ามัจจุราช มังกรมาเก๊า ฮาลิมาวกุนิง (เสือเหลือง) กิเลนเกาลูน
มนุษย์สองชีพ ป่ามโนห์รา ร้อยชู้หรือจะสู้รุ่งรำแพน ควันปืนที่ธารกะเปอร์จูบฉันแล้วจงตายเสีย
108 แพศยา เขานั้นหรือชื่อจอม จัสุรัส (เดินชื่อทิศตะวันออกตะวันตก)
ชุดนักสืบพราย พิสดาร ฯลฯ
รวมเรื่องสั้น : พรและคำสาป ยุคทมิฬ หัวเราะและน้ำตา วายุภักษ์ปีกหัก
เหตุเกิดบน-
แผ่นดิน เพลงแห่งอิสรภาพ พระเจ้าคนละองค์ เขาตะโกนหานายกรัฐมนตรี
เกลือกว่าเราจะลืม เขาเลี้ยงงูพิษไว้ในใจ ฯลฯ
สารคดี : ยักษ์ตื่นในเอเซีย สตาลินผู้พิชิต เยี่ยมไอยคุปต์
เรื่องแปล : วัยรุ่นและพรหมจรรย์
วิชาการ : Slang ไม่ใช่ของแสลง
"ฉันคิดว่าระบอบประชาธิปไตยต้องเป็นยิ่งกว่าวิทยาศาสตร์
ฉันคิดว่ามันต้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์และขลังกว่า ฉันรู้สึกว่าประชาธิปไตย
คือศาสนา - ศาสนาแห่งการรับใช้กัน รับผิดชอบร่วมกัน รักกัน
และเป็นภราดรต่อกัน" จาก "เขาตะโกนหานายกรัฐมนตรี"
|