Welcome to Thaiwriter.org
เว็บไซต์ "ชุมนุมนักเขียนไทย" จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนวงการวรรณกรรมไทย
THAIWRITER.ORG The Writers' Community of Thailand

นาม: ปิยะพร ศักดิ์เกษม

คุยนอกรอบคราวนี้ เราโชคดีมากที่ได้พูดคุยกับ คุณปิยะพร ศักดิ์เกษม นักเขียนนวนิยายหญิงมือคุณภาพอีกท่านหนึ่งของฟากฟ้าวรรณกรรมไทย ทั้งๆ ที่ตอนแรกเราเกือบถอดใจเสียแล้วเพราะไม่รู้ว่าจะหาโอกาสติดต่อสัมภาษณ์คุณปิยะพรอย่างไร เหตุผลก็เพราะถิ่นพำนักอันแสนสุขของคุณปิยะพรนั้นออกจะห่างไกลเราอยู่สักหน่อย แต่โชคดีที่เทคโนโลยีสามารถย่อระยะทางให้เราได้ ดังนั้น เราจึงได้บทสัมภาษณ์นี้มา..พร้อมกับประวัติย่อของอาเอียด หรือ คุณปิยะพร ศักดิ์เกษม ที่อยู่ในปิยะพรโฮมเพจ ที่ http://www.geocities.com/piyapornclub/index.htm มาด้วย

ประวัติย่อของปิยะพร ศักดิ์เกษม
ชื่อนามสกุลจริง : นันทพร ศานติเกษม (เอียด)
ที่มาของนามปากกา : อาเอียดเคยเฉลยให้พวกเราฟังว่า.."พร" มาจากคำท้ายของชื่อจริง "เกษม"มาจากคำท้ายของนามสกุลของเรา ส่วนคำว่า "ปิยะ" กับ "ศักดิ์" มาจากชื่อของเขาค่ะ ...เขาไหนน่ะหรือคะ? ก็พี่เปีย ลุงเปีย หรืออาเปียไง...เอามาต่อกันได้เป็นชื่อนามสกุลชุดใหม่ เขียนแล้วดูกะทัดรัด ความหมายดีทั้งรูปทั้งเสียง ก็เลยเลือกใช้เป็นนามปากกา ลืมบอกไป "ปิยะ" แปลว่าที่รักค่ะ...อย่าเพิ่งงงค่ะ ปัจจุบันอาเอียดสมรสแล้วกับคุณปิยะศักดิ์ ศานติเกษม (เปีย) ไงคะ (โอ๊ยโย๋ มดมาจากไหนไม่รู้ค่ะ ไต่ขึ้นจอเต็มเลยค่าอาเอียด ฮิฮิ)
การศึกษา : ระดับประถมศึกษา ร.ร.อนุบาลชลบุรี
ระดับมัธยมศึกษา : ร.ร.เมรี่อิมมาคุเลตคอนแวนต์ และร.ร.เซนต์โยเซฟคอนแวนต์
ปริญญาตรี : คณะครุศาสตร์ เอกวิชาศิลปศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุดเริ่มต้น : เริ่มสนใจงานเขียนมาตั้งแต่วัยเด็ก โดยมีพื้นฐานจากการรักการอ่าน ได้รับการส่งเสริมจากบิดามารดา สนใจและรักหนังสือทุกประเภท โดยเฉพาะนวนิยายและวรรณคดี ...เมื่อเรียนจบ ได้ทดลองเขียนเรื่องสั้นส่งไปลงตามนิตยสารต่างๆ เช่น สกุลไทย ขวัญเรือน ดิฉัน...และได้รับการคัดเลือกให้ลงพิมพ์เรื่อยมา จนกระทั่งคุณสุภัทร สวัสดิรักษ์บรรณาธิการนิตยสารสกุลไทย เปิดรับนวนิยายของนักเขียนหน้าใหม่จึงได้ทดลองเขียนนวนิยายซึ่งเป็นงานที่ถนัดและสนใจมากที่สุดส่งไปทางไปรษณีย์ เมื่อนวนิยายเรื่องแรกคือเรื่อง "ตะวันทอแสง" ได้ลงพิมพ์ในปี พ.ศ.2533 ก็ได้เขียนนวนิยายลงพิมพ์นิตยสารสกุลไทย และอื่นๆ มาตลอด
ปัจจุบัน : รับราชการสังกัดกรมสามัญศึกษากระทรวงศึกษาธิการ และเขียนนวนิยายเท่าที่จะมีเวลาว่างจากงานประจำ

เล่าประวัติจบไปแล้ว จะพูดพล่ามทำเพลงอยู่ไย เข้าคำถามกันเลยดีกว่า..

ตามความเห็นของคุณปิยะพร คิดว่าคนที่จะเป็นนักเขียนนิยายได้นั้นควรมีคุณสมบัติอย่างไรบ้างคะ
ใช้ภาษาได้ดี สามารถถ่ายทอดสิ่งที่คิดออกมาได้อย่างชัดเจนทั้งทางกว้างและทางลึก ต้องมีจินตนาการ และขยัน ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือต้องมีใจรักอย่างแท้จริง

การเริ่มหัดเขียนนิยายนั้นควรมีแนวทางหรือการฝึกฝนอย่างไรบ้างคะ
ก่อนอื่นต้องอ่านให้มาก สะสมคำ สะสมข้อมูล ทันโลก เฝ้าสังเกตชีวิต ผู้คน และสังคม แล้วก็ลงมือเขียน

สำหรับคุณปิยะพรเอง เมื่อเริ่มต้นเขียนนิยาย มีการฝึกฝนอย่างไรบ้างคะ
ดิฉันเริ่มต้นเขียนนิยายด้วยการถ่ายทอดทุกสิ่งที่สะสมมาตลอดชีวิตออกมาเป็นเรื่องค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคลังคำ ข้อมูล ประสบการณ์ แนวคิด ทั้งที่ได้จากการอ่านหนังสือเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ เล่ม และการเฝ้าสังเกตชีวิต ผู้คนและ โลก
ไม่ได้ฝึกฝนอย่างการฝึกขี่จักรยานให้ตรงทาง หรือฝึกว่ายน้ำแบบผีเสื้อ แต่เป็นการถ่ายทอดสิ่งที่มีอยู่แล้วภายในออกมาเป็นตัวอักษรมากกว่า

เทคนิคในการสร้างตัวละคร หรือเรื่องราวของคุณปิยะพรคืออะไรคะ
สำหรับดิฉันทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยใจก่อนค่ะ แล้วค่อยเอามาจัดลำดับตามวิธีการทำงานของเราในภายหลัง รายละเอียดเรื่องวิธีการทำงานมีอยู่ที่โฮมเพจส่วนตัวของดิฉันนะคะ ลองไปศึกษาดูได้

รูปแบบของนิยายที่ดี ควรเป็นอย่างไรคะ
ควรจะต้องสนุก และให้สาระความรู้และแง่คิดไปได้พร้อม ๆ กัน

อุปสรรคหรือปัญหาที่นักเขียนมักจะเจอเวลาทำงาน มีอะไรบ้างคะ และสำหรับคุณปิยะพรเอง มีอุปสรรคอะไรในการทำงานบ้างคะ
อุปสรรคที่มีก็ไม่ต่างจากอาชีพอื่น ๆ หรอกค่ะ ตอนนี้ยังนึกอะไรไม่ออกนอกจากเรื่องของการจัดเวลา และการหย่อนวินัยในการทำงาน

คุณปิยะพรมีวิธีแก้ปัญหาเหล่านั้นอย่างไรบ้างคะ
ก็ต้องพยายามจัดเวลาในการทำงานให้ได้และเข้มงวดกับตัวเองให้มากขึ้น

เมื่อเขียนนิยายจบลง จุดมุ่งหมายต่อมาก็ไม่พ้นการเสนอให้หนังสือหรือสำนักพิมพ์พิจารณา สำหรับนักเขียนที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วคงไม่มีปัญหาหรือเป็นเรื่องยากนัก แต่สำหรับนักเขียนใหม่หลายๆ คน ที่ยังไม่เคยมีผลงานปรากฏมาก่อน ก็ยังไม่รู้ไม่เข้าใจขั้นตอนของการเสนอเรื่องว่าต้องทำอย่างไรบ้าง คุณปิยะพรมีคำแนะนำไหมคะ
การส่งต้นฉบับไปตามนิตยสารควรเลือกเล่มที่เป็นหนังสือแนวเดียวกับเรื่องของเรา สำหรับนักเขียนหน้าใหม่ดิฉันขอแนะนำให้เขียนอย่ายาวมาก ประมาณ 30-35 บทจะกำลังเหมาะ หรือถ้าหากจะลองเริ่มต้นด้วยการเขียนเรื่องยาวขนาดสั้น 10-20 บท ให้ชื่อเป็นที่รู้จักเสียก่อนก็น่าจะเป็นทางเลือกที่เปิดกว้างอีกทางหนึ่งทั้งของเราและของบรรณาธิการ เพราะเรื่องจะไม่ยาวเกินไปจนท้อจะอ่าน และดูเหมือนว่าจะไม่เสี่ยงมากเกินไปสำหรับหนังสือเนื่องจากว่าใช้เวลาลงพิมพ์เพียงแค่ 4-5 เดือนเท่านั้น ก็จะสามารถวัดเสียงตอบรับจากผู้อ่านได้ ข้อควรระวังอีกข้อหนึ่งคืออย่าลืมทำสำเนาเก็บไว้ หลังจากนั้นก็คือการรอและอย่าท้อถอย

สุดท้ายนี้ ขอคำแนะนำให้กับเด็กรุ่นใหม่ที่อยากเป็นนักเขียนนิยายด้วยค่ะ
ขยัน หมั่นศึกษา เขียน อดทนรอคอยและอย่าท้อถอย วิพากษ์ตัวเองด้วยความเที่ยงธรรมเสมอ ถ้างานของเราถูกปฏิเสธก็คือเราต้องหันกลับมาปรับปรุงตัวเองไม่ใช่โทษผู้คนหรือปัจจัยอื่น
ความจริงมีอยู่ว่า ถ้าเรื่องของคุณดีพอก็จะได้ลงพิมพ์แน่นอน ไม่มีบรรณาธิการที่ไหน ไม่อยากได้เรื่องของนักเขียนหน้าใหม่ที่เขียนได้และเขียนดีพอ ไม่มีหนังสือหรือสำนักพิมพ์ใดไม่อยากเป็นที่เกิดของนักเขียนใหม่ เพราะนั่นเป็นเกียรติเป็นศรี และในแง่ธุรกิจก็เป็นประโยชน์กับหนังสือและสำนักพิมพ์นั้น ๆ เช่นกัน

***บทสัมภาษณ์จากเว็บไซต์ประพันธ์สาส์น***

bb
Copyright 2004 THAIWRITER.ORG All rights reserved
contact us: webmaster@thaiwriter.org