แขคำ
ปัณณะศักดิ์ หนุ่มชาวเชียงใหม่ ผู้ซึ่งค้นพบว่าตนเองสามารถเล่าเรื่องผ่านตัวอักษรได้ในปี
2535 เขาเริ่มต้นเขียนกลอนตั้งแต่สมัยเรียนชั้นปวช. จนมีสักวาตีพิมพ์ลงในสตรีสาร
ส่วนเรื่องสั้นนั้นเขียนเก็บไว้อ่านเองเล่น ๆ เรื่องหนึ่ง
แต่เมื่อเรียนจบและเริ่มทำงานได้ไม่กี่เดือนก็บังเอิญอ่านพบข่าวการประกวดเรื่องสั้นของนิตยสาร
THE BOY เลยค้นเอาเรื่องที่แต่งไว้มาปัดฝุ่นลองส่งประกวดดู
ปรากฏว่าได้ผลเกินคาด "มะม่วง" กลายเป็นทั้งเรื่องสั้นเรื่องแรกในชีวิตและเรื่องแรกที่ได้รับรางวัลอีกด้วย
จากวันนั้นเขาก็เริ่มต้นเขียนเรื่อยมาและคว้ารางวัลจากการประกวดเวทีต่าง
ๆ มาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น รางวัล คึกฤทธิ์ ปราโมช รางวัล
สุภาว์ เทวกุล และล่าสุดกับรางวัลชมเชย อ.ไชยวรศิลป์ จากสมาคมนักเขียนฯ
นี่เป็นเพียงเรื่องราวส่วนหนึ่งของก้าวแรกบนถนนวรรณกรรมสายนี้ ที่แขคำเล่าให้เราฟังในการเริ่มต้นสัมภาษณ์
ยังมีอีกหลายแง่มุมในตัวผู้ชายคนนี้ที่เราจะมาทำความรู้จักกันมากขึ้นค่ะ
เรื่องบอใบไม้ฯเป็นผลงานรวมเล่มเรื่องแรกหรือเปล่าคะ
เป็นรวมเรื่องสั้นเล่มแรกที่ดำเนินการโดยสำนักพิมพ์ครับ ส่วนในรูปแบบหนังสือทำมือทำออกมาก่อนหน้านี้แล้ว
3 เล่ม
แนะนำเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้หน่อยค่ะ เช่นว่ามีแรงบันดาลใจอะไรในการเขียนเรื่องแนวนี้
หลังจากเรื่องสั้นแรก ๆ เริ่มตีพิมพ์ตามหน้านิตยสาร ผมลองพิจารณางานทั้งหมดอีกครั้งก็จับทิศทางตนเองได้
ว่าชอบเขียนงานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว และมีกลิ่นอายของล้านนา ทั้งในด้านของภาษาหรือวิถีชีวิตตัวละคร
นั่นเป็นจุดเริ่มต้นการวางภาพรวมของงานเขียนในลำดับต่อมา จนทำให้รวมเรื่องสั้นเล่มนี้เป็นเอกภาพ
โดยมีคุณย่า หรือ แม่อุ๊ยศรีไว ไชยพันธ์ ผู้เป็นทั้งที่ปรึกษา แรงบันดาลใจ และภาพร่างเรื่องจริงก่อนปรับให้ออกมาเป็นงานเขียน "บอใบไม้สระอานอหนูไม้โท" เป็นรวมเรื่องสั้นในตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมาของผม
ด้วยแนวคิดที่วางแต่ต้นว่า "บ้าน" คือ ศูนย์รวมแรกของกลุ่มคนซึ่งประกอบด้วยพ่อ แม่
ลูกและเครือญาติ บ้านจึงเป็นศูนย์รวมเริ่มต้นที่เล็กที่สุดในสังคม ทว่าสามารถกำหนดทิศทางสังคมการเมืองการปกครองตลอดถึงขนบประเพณี
หากบ้านขาดความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่นเสียแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศนี้ ดังนั้นแม้การสร้างบ้านไม่ง่ายเหมือนการประสมอักษร
แต่ผมเชื่อว่าทุกคนยังคงพยายามสร้างบ้านของตนให้เป็นบ้านที่น่าอยู่
ทราบว่าเรื่องนี้เคยทำเป็นหนังสือทำมือมาก่อน มีเหตุผลอะไรคะในการทำหนังสือทำมือขึ้น
ปฏิเสธระบบสำนักพิมพ์หรือเปล่า
หนังสือทำมือ เป็นทางออกของนักเขียนหน้าใหม่ (บ้างก็เก่า) ที่ต้องการเผยแพร่ผลงานของตนอย่างที่อยากทำ
แต่ไม่อาจทนรอขั้นตอนการพิจารณาของสำนักพิมพ์ที่ต้องคำนึงถึงทั้งเรื่องคุณภาพงานและการตลาด
อย่างไรก็ตามผมคิดว่านักเขียนส่วนใหญ่คงต้องการมอบหน้าที่นี้ให้สำนักพิมพ์มากกว่านั่งหลังขดหลังแข็งทำเอง
เพราะหนังสือทำมือต้องใช้ความพยายามอดทนอย่างมาก กว่าจะทำออกมาสักห้าเล่มสิบเล่ม
ในกรณีของผมทำเพื่อแจก ถ้าขายจริง ๆ ถือว่าขาดทุนด้วยซ้ำ
ทำมาสามเรื่องแล้วชื่อเรื่องอะไรบ้างคะ แล้วส่วนใหญ่นำไปขายที่ไหน
มีรวมเรื่องสั้น "บินข้ามคืน" กับ "บอใบไม้สระอานอหนูไม้โท" และกวีเรื่อง "เพื่อเธอ
ที่รัก" ทั้งหมดทำเพราะอยากให้เพื่อนฝูงคนรู้จักได้อ่าน
มีบางคนเท่านั้นที่ขอช่วยค่ากระดาษไม่รับฟรี ส่วนเล่มล่าสุดที่ยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวม
คือ "ค่าวซอค่าวฮ่ำ" ร้อยกรองแบบล้านนาของ แม่อุ๊ยศรีไว ไชยพันธ์ เล่มนี้คาดว่าจะวางจำหน่ายที่ร้านดวงกมลกับสุริวงศ์ฯ
เชียงใหม่
ปัจจุบันมีการรณรงค์เรื่องหนังสือทำมือกันมากมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้คะ
เป็นทางลัดให้เกิดการเผยแพร่งานเขียนมากขึ้น แต่นักเขียนหรือผู้ผลิตหนังสือทำมือคงต้องคำนึงถึงคุณภาพด้วย
อย่าแค่ทำตามกระแส
มีนักเขียนที่ชื่นชอบเป็นพิเศษหรือเป็นแบบอย่างในการทำงานบ้างมั้ย
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช , ประภัสสร เสวิกุล, ชาติ กอบจิตติ, ประชาคม ลุนาชัย, มาลา
คำจันทร์, คมทวน คันธนู, กฤษณมูรติ
ตอนนี้นอกจากงานประจำที่ธนาคารแล้วยังมีผลงานเขียนลงที่ไหนบ้างหรือเปล่า
บทความท่องเที่ยวใน TRAVEL & SHOPPING MAGAZINE เป็นนิตยสารแจกฟรีให้กับนักท่องเที่ยว
แล้วก็มีนิยายขนาดสั้นรอตีพิมพ์ในขวัญเรือนครับ
เวลาว่างจากงาน คุณแขคำชอบทำงานอดิเรกอะไรบ้างคะ หรือว่าชอบไปพักผ่อนที่ไหนเป็นพิเศษ
อ่านหนังสือในห้องสมุดประชาชนบ้าง ร้านหนังสือบ้าง บางทีก็ดูหนังที่กาดสวนแก้ว หากเป็นเสาร์อาทิตย์อาจพาปู่กับย่าไปปูเสื่อนั่งทานข้าวที่สวนหลวงร.9
แต่ส่วนใหญ่แล้วชอบอยู่บ้านมากกว่า
สุดท้ายคาดหวังกับงานเขียนไว้อย่างไรบ้าง
เขียนหนังสือได้อย่างที่ตั้งใจ มีผลงานต่อเนื่องและได้รับการยอมรับจากผู้อ่านก็พอแล้วครับ
***บทสัมภาษณ์จากเว็บไซต์ประพันธ์สาส์น***
|