Welcome to Thaiwriter.org
เว็บไซต์ "ชุมนุมนักเขียนไทย" จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนวงการวรรณกรรมไทย
THAIWRITER.ORG The Writers' Community of Thailand

นาม: จักรพันธุ์ กังวาฬ


1 ใน 8 เล่มสุดท้ายที่เข้ารอบรางวัลซีไรท์ 2548 มีรายชื่อที่ไม่คุ้นตาชื่อหนึ่งคือ จักรพันธุ์ กังวาฬ และหากไปเยี่ยมบนแผงหนังสือในช่วงก่อนหน้านี้ก็คงป่วยการที่จะหา นักเดินทางสู่ห้องเก็บของใต้บันได ของเขาพบ เพราะหนังสือเล่มนี้พิมพ์ขึ้นมาเองในครั้งแรกเพียง 50 เล่ม ต่อเมื่อหนังสือเข้ารอบ 8 เล่มสุดท้ายรางวัลซีไรท์แล้วจึงเข้าสู่กระบวนการผลิตอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

ชื่อ จักรพันธุ์ กังวาฬ อาจจะฟังดูใหม่ในวงการของนักเขียนวรรณกรรม แต่สำหรับนักเขียนสารคดี เขาทำงานด้านนี้ในนิตยสารสารคดีมา 8 ปีแล้ว เขาเรียนจบภาควิชาสถาปัตยกรรม สาขาตกแต่งภายในจากลาดกระบัง ตอนเรียนพบว่าชอบถ่ายภาพและชอบเดินทางมากกว่า จึงเลือกทำอาชีพ ช่างภาพ หลังจบการศึกษา

ช่วงนั้นหนังสือพิมพ์ไทยแลนด์ไทม์เขาเปิดรับช่างภาพ จึงไปสมัคร แล้วเขารับ จึงเริ่มเข้าสู่วงการหนังสือตั้งแต่นั้น ต่อมาเข้าไปประจำกองบรรณาธิการนิตยสารถ่ายภาพชัตเตอร์โฟโตกราฟฟี ตอนนี้เริ่มเขียนบท ความและสารคดีแล้ว อยู่ไป 6 เดือนก็ออกอีก มาเป็นฟรีแลนซ์อยู่พักหนึ่ง ส่งงานไปตามนิตยสารต่างๆ ชิ้นหนึ่งส่งมาที่นิตยสารสารคดี เขาขาดคนทำงานพอดีจึงเรียกผมเข้าไปทำงานประจำ เริ่มทำนิตยสารสารคดีตั้งแต่ปี 40

ก่อนเข้าสารคดีถ่ายภาพเยอะ เพราะชอบอยู่แล้ว แต่พอเข้าที่นี่จะหนักไปทางเขียน เพราะเขามีช่างภาพให้ สำหรับงานวรรณกรรมเริ่มเขียนเรื่องสั้นเรื่องแรกตอนปี 43 หนังสือ นักเดินทางสู่ห้องเก็บของใต้บันได ชุดนี้ทำ 5 ปี เสร็จเดือนธันวาคมปี 47

สาเหตุที่ไม่ส่งไปตีพิมพ์ตามนิตยสารต่างๆก่อนรวมเล่มเพราะเมื่อเขียนเสร็จแล้วกลับมาอ่านก็มีให้แก้ตลอด เรื่องหนึ่งแก้ไม่ต่ำกว่า 5-6 รอบ มีงานประจำอยู่ด้วย จึงดูเหมือนช้า ทำแล้วเก็บ ไม่ได้ทำต่อเนื่อง การทำงานที่ผ่านมาจะทยอยเขียนไปเรื่อย บางทีปีนึงเว้นไปปีหนึ่งเลยก็มี ทิ้งไว้ปีหนึ่งกลับมาดูแล้วแก้ใหม่

ในเล่มนี้มีเรื่องสั้น 15 เรื่อง เราแก้จนคิดว่าน่าจะพอได้แล้ว 5 ปีแล้ว เมื่อตรงกับช่วงใกล้ๆซีไรท์ มีนาคม 48 จึงคิดว่าอยากเสร็จให้ทันซีไรท์

ผมเคยเอาเล่มนี้ไปให้สำนักพิมพ์พิจารณาเหมือนกัน ส่งไปที่สำนักพิมพ์ของรุ่นพี่ที่รู้จักกัน แต่ฝ่ายการตลาดบอกว่าเรื่องสั้นมันขายยาก และเราไม่มีใครรู้จัก ส่งไปที่เดียวเมื่อเขาปฏิเสธ จึงลองพิมพ์เองในระบบปริ้นออนดิมานด์ เข้าโรงพิมพ์เหมือนกันแต่ว่าเป็นไปตามจำนวนที่เราสั่งไป เท่าไหร่ก็ได้ ไม่ต้องเยอะก็ได้ เพราะไม่ต้องทำเพลท

ได้เอาสิ่งที่เรียนมาใช้ในงานเขียนไหม ถ้าตอบอย่างชัดเจนคงตอบไม่ได้ ที่เรียนมาเป็นงานเกี่ยวกับการออกแบบ ได้ฝึกใช้ความคิดสร้างสรรค์ การจัดองค์ประกอบศิลป์สามารถสัมพันธ์กับการเขียนวรรณกรรมได้

ค่อนข้างพอใจกับผลงานชิ้นนี้ แต่คิดว่าถ้าเขียนเรื่องใหม่ก็อยากให้พัฒนาขึ้นให้มันดีขึ้น

วิธีการทำงานเรื่องสั้นคือเราจะมีเรื่องที่จะเขียนอยู่แล้ว อาจจะมีจุดเริ่มต้นและตอนจบ เมื่อจะเขียนก็จะมีรายละเอียดมุขแก๊กต่างๆ มันออกมาเอง คิดได้ในขณะเขียนด้วยส่วนหนึ่ง แต่ก็จะไม่หลุดจากประเด็นที่เราตั้งไว้

แรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องสั้นมักจะมาจากเรื่องรอบตัว ความคิดเห็นที่เรามีต่อปรากฏรอบตัวเรา เหมือนเราแสดงความคิดเห็นในรูปแบบเรื่องสั้น

ในหนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องแต่งขึ้นทั้งหมด แต่อาจจะใช้ชื่อเพื่อนเป็นตัวละคร เอาบุคลิกบางอย่างมา เช่น ความบ้าๆบอๆ เรื่องในชุดนี้ชอบพอๆกัน แต่เรื่อง “ โดด ” ตลกที่สุด ผมชอบตลกร้าย

ผมชอบการเขียนโดยการแสดงออก เดินเรื่องด้วยเหตุการณ์ จะไม่บอกว่าตัวละครตัวนี้เศร้า แต่ให้มีเหตุการณ์ที่บอกว่าตัวละครตัวนี้กำลังเศร้าอยู่ เราไม่ต้องไปบอกผู้อ่าน ให้ผู้อ่านรู้เอง อย่างนี้ผมว่าได้อารมณ์มากกว่า ถ้าตัวละครกำลังอึดอัดก็บรรยายเหตุการณ์ การกระทำของตัวละครให้คนอ่านรู้ว่าตัวละครอึดอัด ยึดวิธีการเขียนอย่างนี้

ความสั้นยาวของเรื่องสั้นไม่มีปัญหา เพราะผมอ่านเรื่องสั้นของคุณกนกพงศ์ สงสมพันธุ์เรื่องสั้นเขายาวมากแต่เข้มข้นมาก ผมชอบความหลากหลายจึงเขียนทั้งยาวและสั้น ให้มันหลากหลาย

สำหรับงานประจำที่นิตยสารคดีจะรับผิดชอบเขียนข่าวและสกู๊ฟ ปีหนึ่งเขียนสกู๊ฟใหญ่ประมาณ 5-6 เรื่อง ไม่ได้ลงตีพิมพ์ในนิตยสารสารคดีทุกเล่ม แล้วแต่คิวและโอกาส

สารคดีต่างประเทศกับไทยเรา ทางโน้นเขามีทุนมากกว่า ฐานใหญ่กว่า อยากเจาะเรื่องอะไรก็ไปได้ทั่วโลก สกู๊ฟเรื่องหนึ่งใช้ฟิล์มไปไม่รู้เท่าไหร่ แต่ถ้าพูดถึงสารคดีในไทยเราสามารถเจาะได้ลึกกว่า เรื่องในเมืองไทยถ้าเราทำเองจะรู้ได้มากกว่า

เมื่อเปรียบเทียบงานสารคดีกับวรรณกรรม สารคดีก็ต้องใช้วิธีทางวรรณกรรมเข้ามาช่วยด้วย เช่นการดำเนินเรื่อง การใช้ตัวละคร การมีพล็อตเรื่องหรือการมีจุดคลายแมกซ์ สารคดีคือการไปหาข้อมูลจริง จะทำยังไงจะทำให้ข้อมูลจริงสนุก ขณะที่วรรณกรรมคือเรื่องแต่ง เราเล่นกับจินตนาการได้มากกว่า

สำหรับเรื่องสั้นสนุกในแง่เราเล่นกับความคิดของเรา แต่สารคดีทำให้เราออกไปเห็นโลกเห็นชีวิต ได้มีประสบการณ์ จึงชอบทั้งสองอย่าง

ในงานเขียนของผมแทบจะไม่ได้ใส่ประสบการณ์เรื่องสารคดีลงไปเลย ผมคิดว่าทำตรงนั้นมาเยอะแล้ว มาทำทางนี้ก็คิดว่าฉีกแนวไปเลยน่าจะสนุกกว่า เป็นอีกตัวตนหนึ่ง ตอนเขียนสารคดีได้ฝึกการเขียน การใช้ความคิด เรียบเรียงประโยค ฝึกการใช้ภาษา ทำให้มีส่วนช่วยในการเขียน

ผมมีแผนจะเขียนนิยายเหมือนกัน เพราะอยากลอง เหมือนกับมันต่อเนื่องมาเรื่อยๆ เราเขียนสารคดีอยู่ มาเขียนเรื่องสั้นแล้วก็ต้องต่อมาที่นิยาย แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เริ่ม ยังไม่กำหนดแน่นอน ส่วนงานกวีไม่ถนัด

ผมชอบอ่านการ์ตูนด้วย ตอนนี้ก็ยังอ่าน อีกทั้งเรียนมาทางศิลปะ แต่ผมไม่คิดจะเขียนการ์ตูน เพราะว่าเขียนการ์ตูนมันยากสำหรับผม ถ้าให้วาดเป็นอย่างอื่นยังพอได้ ผมขี้เกียจด้วย ถ้าให้วาดการ์ตูนเป็นช่องๆเพื่อเล่าเรื่อง ผมเขียนหนังสือเล่าดีกว่า

งานที่อยากจะเขียนแต่ยังไม่ได้เขียนคือบทภาพยนตร์ ผมชอบดูหนังอยู่แล้ว ชอบหลายเรื่องหลายแนว หนังในกระแสและนอกกระแสดูได้หมด

เรื่องสั้นที่จะเขียนต่อจากนี้จะส่งตามนิตยสาร อย่างหนึ่งที่ไม่ส่ง เพราะยังอยากแก้มันอีก ต่อไปถ้ามันสมบูรณ์แล้วก็คงส่งตามนิตยสาร

ทุกวันนี้งานที่ทำเข้ากับจังหวะการใช้ชีวิต เพราะเป็นคนชอบการอ่านหนังสือ อ่านจนเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องทำเป็นปรกติ เหมือนกินข้าว เมื่อทำงานหนังสือได้ทั้งอ่านและเขียน เราชอบอยู่แล้ว

อ่านงานของเพื่อนๆที่เข้ารอบ 8 เล่มซีไรท์แล้ว แต่ยังไม่ครบ ล่าสุดอ่านของคุณบินหลา สันกาลาคีรี รู้สึกชอบ อ่านแล้วอารมณ์ดี

สมมติว่าถ้าได้รางวัลซีไรท์คิดว่าจะเร็วไปไหม ถ้าเทียบกับการมีผลงานเป็นเล่มแรกก็อาจจะดูเร็วไป แต่ผมว่างานเขียนไม่ได้แยกเป็นงาน เ ข ียนโดดๆ มันรวมประสบการณ์ของนักเขียนไว้ด้วย ผมก็ผ่านสิ่งต่างๆมาเยอะ อ่านหนังสือเยอะ เห็นอะไรมาเยอะ เป็นประสบการณ์ที่ออกมาเป็นงานเขียน ไม่ใช่เขียนหนังสือเล่มแรกแล้วจะได้

หนังสือเล่มต่อไปอาจจะเป็นสารคดีหรือบทภาพยนตร์ก็ได้ ในรอบ 8 ปีผมก็มีสกู๊ฟที่ชอบหลายเรื่อง ส่วนบทภาพยนตร์เมื่อคิดพล็อตออกก็จะจดเก็บไว้

สิ่งที่จะฝากถึงนักเขียนใหม่คือ ถ้ามีเรื่องอยากเล่า ให้เขียนงานขึ้นมาก่อน อย่างอื่นว่ากันทีหลัง อาจจะไม่ต้องคิดว่าได้รวมเล่มหรือตีพิมพ์หรือเปล่า เขียนขึ้นมาแล้วให้เพื่อนดู หลังจากนั้นจะทำอะไรก็ค่อยว่ากัน

***บทสัมภาษณ์จากเว็บไซต์ประพันธ์สาส์น***

bb
Copyright 2004 THAIWRITER.ORG All rights reserved
contact us: webmaster@thaiwriter.org