ฮือฮาไม่น้อยกับการประกาศผลการตัดสินรางวัลซีไรต์ประจำปี
2544 เพราะนับเป็นครั้งแรกที่คณะกรรมการพูดถึงบทประพันธ์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศทั้งในจุดดีและจุดด้อย
ต่างจากที่ผ่าน ๆ มาที่มักจะยกย่องชื่นชมเสียเลิศเลอ
จนก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่เห็นด้วยตามมาหลังการตัดสินอยู่เสมอ
นี่เองกระมังที่ทำให้ โชคชัย บัณฑิต' เจ้าของรวมบทกวีรางวัลซีไรต์ปี 44 เรื่อง
บ้านเก่า รอดพ้นจากถ้อยคำวิพากษ์ (ในเชิงลบ) ของเหล่าบรรดานักวิจารณ์ฝีปากกล้ามาอย่างหวุดหวิด!
แวะมาเยี่ยมเยียนประพันธ์สาส์นวันก่อน เราเลยเชิญกวีหนุ่มให้ โชคชัย บัณฑิต' มาเป็นแขกรับเชิญในให้
คุยนอกรอบ อยากรู้ว่าเราคุยอะไรกัน ติดตามในบรรทัดถัดไป
ใฝ่ฝันจะเป็นนักเขียนมาตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่าคะ
ไม่ได้ใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กนะ เด็กฝันอยากเป็นจิตรกร อยากเป็นนักร้องมากกว่า ความอยากเป็นนักเขียนมันมาทีหลัง
หลังสองอย่างนั้น ตอนโตแล้ว เพราะได้อ่านหนังสือเยอะก็เลยอยากเขียนบ้าง ก่อนหน้านี้ก็สนใจแต่งเพลงกันเองกับเพื่อน
ๆ แต่งกันสองสามเพลงสนุก ๆ ไป แต่ไม่คิดว่าจะมาเขียนเป็นกลอนเป็นหนังสือ ตั้งใจจะสื่อด้วยเพลง
แล้วพออ่านไปเรื่อย ๆ มันไม่สามารถไปสายอื่นได้ ก็เลยสนใจว่าน่าจะลองเขียนหนังสือดู
ก็เลยเขียน
ในส่วนของงานเพลงและจิตรกรรม ทำไมไม่ได้สานต่อล่ะคะ
งานเพลงก็อาจจะว่าไม่ประสบความสำเร็จเพราะไม่รู้โครงสร้างเทคคนิคของมัน เขียนออกมาก็ไม่ประสบความสำเร็จ
ไม่ดี ความจริงอยากเป็นนักร้องมากกว่า ส่วนจิตรกรรมเนี่ย พอมาจับงานเขียนจริง
ๆ ก็ปล่อยตรงนั้น ปล่อยหายไปเรื่อย ๆ ก่อนหน้านี้เคยช่างใจระหว่างสองอย่างนี้
ช่วงที่เขียนใหม่ ๆ แล้วงานได้ลงสองสามชิ้นแล้วไม่ได้ลงอีกเลย ผมเคยเขียนจดหมายไปถึงบก.ฉบับหนึ่ง
บอกว่าถ้างานชิ้นนี้ไม่ได้ลงอีกนะ ผมจะเลิกเขียนหนังสือแล้วไปจับงานอื่นที่ผมสนใจ
ตอนนั้นผมกะจะมาเล่นด้านจิตรกรรม ปรากฏว่าเขาลงให้ ก็เลยกลับมาเขียนหนังสือ
ที่บอกว่าอ่านหนังสือเยอะ มีนักเขียนท่านไหนที่เป็นแรงบันดาลใจไหมคะ
มันมีเยอะไปหมด บอกไม่ได้ว่าเล่มไหนบ้าง แต่ไม่มีเล่มไหนพิเศษที่ทำให้อยากเป็นนักเขียน
งานเขียนชิ้นแรกเป็นบทกวีหรือเรื่องสั้นคะ
เป็นบทกวีสั้น ๆ ที่เขียนทั่ว ๆ ไป ยังไม่ได้ลงนะ ส่วนใหญ่จะเป็นกาพย์ยานีหรือกลอนเปล่า
เพราะมันใช้คำน้อย มาจับงานกลอนเจ็ดกลอนแปดนี่ทีหลังแล้ว
ในช่วงที่เขียนหนังสือต้องสร้างบรรยากาศเป็นพิเศษไหมคะ
ไม่ต้องสร้างบรรยากาศพิเศษนะ เขียนที่ไหนก็ได้ ในช่วงหลังที่เขียนได้บ่อย ๆ คือในช่วงที่รถติดมาก
ๆ จะเขียนได้ หรือว่ากำลังสบาย ๆ อาบน้ำอยู่แล้วนึกได้สองวรรคสามวรรค ก็รีบ ๆ
อาบน้ำออกมาเขียน หรือว่าช่วงใกล้จะนอนจะบ่อย กำลังจะหลับ มันเหมือนไม่มีอะไรมากวนใจ
สิ่งที่ค้างอยู่มันจะออกมา เขียนได้ช่วงนั้นบ่อย
ก่อนจะมาเป็นบทกวี ต้องสร้างไอเดียขึ้นมาก่อนหรือว่าแวบขึ้นมาเป็นบทกวีเลยคะ
สมัยก่อนจะแว้บขึ้นมาแล้วได้เลย แต่หลัง ๆ แว้บขึ้นมาก็จะได้ 3-4 วรรคแรกแล้วก็ไปไม่ได้
เพราะช่วงหลังผมจะมุ่งเน้นที่มีประเด็น หรือบางทีมันเกือบจะเป็นพล็อตเลย มีเนื้อเรื่อง
มีบทสรุป ฉะนั้นผมจะคิดนาน ได้สามสี่วรรคแรกแล้วก็จะหยุด หยุดไปนานเลย อาจจะวันหนึ่งครึ่งวัน
เพื่อจะคิดต่อว่าเรากำลังจะบอกอะไรคนอ่าน พอได้ว่าจะบอกอะไรเราก็เขียนได้
บทกวีมักมีคำที่ไม่ค่อยได้ใช้ในชีวิตประจำวัน ตรงนี้เพราะว่าตัวกวีจะต้องรู้ตำศัพท์เยอะกว่าคนอื่น
หรือว่าอาศัยพจนานุกรม
มีทั้งสองอย่าง บางอย่างก็ไปอ่านงานเก่า ๆ แล้วมันติดเข้ามาเลย ชอบคำนี้แล้วก็เอามาใช้
หยิบมาเลย แต่บางครั้งก็เป็นการกลับไปเปิดพจนานุกรม เพราะบางครั้งมันลงคำนี้พอดี
แต่เราไม่แน่ใจว่าเอ๊ะเราเข้าใจถูกหรือเปล่าว่ามันแปลอย่างนี้ ก็ไปเปิดดู
ชอบหรือถนัดเขียนบทกวีประเภทไหนคะ
ก็คงจะถนัดกลอนเจ็ดมากที่สุด กลอนเจ็ดลีลามันจะกระชับกว่ากลอนแปด
จริง ๆ แล้วชอบหรือถนัดเขียนบทกวีหรือเรื่องสั้นมากกว่ากันคะ
ถ้าถนัดนะ ถนัดการเขียนบทกวี แต่ถ้าอยากน่ะอยากจะเขียนเรื่องสั้นหรือนวนิยายมากกว่า
มีเริ่มโครงการบ้างหรือยังคะ
นวนิยายนี่คิดพล็อตยังไงมันก็คิดไม่ออกน่ะ ไม่รู้จะไปยังไง มันใหญ่กว่าเรื่องสั้น
เรื่องสั้นก็ยังเขียนได้น้อย มันต้องมีองค์ประกอบเยอะ ต้องมีฉาก มีบรรยากาศ ตัวละคร
บทสนทนา ฉะนั้นถ้านิยายมันก็ใหญ่กว่านั้นขึ้นมาอีก มีพล็อตย่อยพล็อตอะไรอีก คงอีกนานกว่าจะเขียนนิยายได้
แต่อยากเขียนนิยายมาก เขียนกระดาษเป็นรวมเรื่องสั้นเล่มแรก เพราะเขียนบทกวีมากกว่าหรือเปล่าถึงเพิ่งจะมีงานรวมเรื่องสั้น
น่าจะเป็นเรื่องความถนัดนะ เพราะว่าช่วงที่ผมเริ่มเขียนเนี่ย ทั้งบทกวีและเรื่องสั้นเขียนไล่
ๆ กันมา เขียนควบคู่กันมา ช่วงแรกจะเขียนเรื่องสั้นได้มากพอสมควร แต่ว่าช่วงหลังเนี่ยเขียนได้น้อย
ปีละเรื่องสองเรื่องอะไรอย่างเนี้ย มันเหมือนกับว่าชักไม่ถนัดแล้ว
โดยส่วนตัวชอบอ่านหนังสือแนวไหนคะ
เดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่จะอ่านงานวิชาการ แต่เมื่อก่อนจะอ่านบทกวีกับเรื่องสั้น นิยายจะอ่านน้อย
นี่คงเป็นอีกอันหนึ่งที่ทำให้ไม่ถนัดที่จะเขียนนิยาย เพราะอ่านก็อ่านน้อยอยู่แล้ว
***บทสัมภาษณ์จากเว็บไซต์ประพันธ์สาส์น***
|