นาม ชัยวัฒน์ คุประตกุล มักจะถูกนึกถึงเป็นบุคคลแรก
ๆ เสมอ เมื่อมีปรากฏการณ์แปลกใหม่เกิดขึ้นในวงการวิทยาศาสตร์บ้านเรา
ไม่เพียงแต่เท่านั้น ในด้านงานเขียนโดยเฉพาะการเขียนในแนววิทยาศาสตร์ ชัยคุปต์ ก็เป็นอีกนามปากกาหนึ่งที่คอวรรณกรรมวิทยาศาสตร์น้อยคนนักจะไม่รู้จัก
ปัจจุบันแม้จะเกษียณอายุราชการแล้ว แต่ก็ยังได้รับเชิญให้เข้าร่วมคณะทำงานจากหน่วยงานมากมาย
และยังเขียนคอลัมน์ประจำอยู่ที่หนังสือพิมพ์ต่าง ๆ อีกทั้งจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์อีกด้วย
ประวัติและผลงานของ รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล มีปรากฏอยู่ในวารสารอ้างอิงระดับโลกมากมาย
จึงไม่ผิดเลยที่จะกล่าวว่าเขาเป็นผู้หนึ่งที่สร้างคุณูปการอย่างสูงต่อวงการวิทยาศาสตร์เมืองไทย
เห็นอาจารย์มีผลงานเขียนมากมายหลายประเภท ไม่ทราบว่างานเขียนประเภทใดคะที่อาจารย์มีความถนัดและชอบเขียนมากเป็นพิเศษกว่าประเภทอื่น
ๆ
ชอบเขียนทุกประเภทครับ ทั้งนิยายวิทยาศาสตร์ สืบสวน เรื่องตลก แม้แต่เรื่องโรมานซ์ก็ชอบ
แต่ที่จะได้ทำจริง ๆ จะเป็นนิยายวิทยาศาสตร์มากกว่า เพราะจะเรียกว่าเป็นเสน่ห์ของนิยายวิทยาศาสตร์ก็ว่าได้
มันท้าทาย และของไทยเรามีค่อนข้างน้อย เพราะฉะนั้นที่เขียนมีเป้าหมาย 2 อย่าง อย่างหนึ่งจะให้คนไทยได้อ่านเรื่องราวของนิยายวิทยาศาสตร์ที่เป็นนิยายวิทยาศาสตร์จริง
ๆ และข้อ 2 ให้เห็นรูปแบบความเป็นนิยายวิทยาศาสตร์แบบสากล จะเรียกว่าสืบทอดงานของคุณจันตรี
ศิริบุญรอดต่อก็ว่าได้ เพราะว่างานของคุณจันตรี จะเป็นงานที่เป็นนิยายวิทยาศาสตร์เชิงสากลอย่างชัดเจนทีเดียว
และรุ่นหลังมาจะไม่ค่อยได้ทำกัน ส่วนใหญ่ที่เขียนกันจะออกมาเป็นนิยายวิทยาศาสตร์แบบอ่อน
แบบสังคม หรือเป็นเชิงแฟนตาซี แต่ที่เป็นนิยายวิทยาศาสตร์จริง ๆ นั้นมีน้อยครับ
เสน่ห์ของงานเขียนที่ทำให้อาจารย์หลงใหลอยู่ที่ไหนคะ
นิยายวิทยาศาสตร์จะต้องใหม่ทั้งในแนวคิดและกลวิธีการนำเสนอด้วย ตรงนี้จะท้าทายมากและในหลาย
ๆ เรื่อง นิยายชีวิตจริงทำไม่ได้ คือเหมือนกับเราได้สร้างโลกใหม่ สร้างมิติใหม่ขึ้นมา
แต่มันท้าทายตรงที่ว่าสร้างขึ้นมาแล้วยังให้คนอ่านสามารถที่จะไปกับเราได้ สามารถที่จะรับรู้และมีส่วนร่วมกับเรื่องราวของเราได้
ถามว่ายากไหมถ้ามาถึงวันนี้สำหรับตัวเองจะรู้สึกไม่ยาก และมีเรื่องราวเยอะมากที่ยังรอที่จะเขียน
แต่ว่าในอดีตที่ผ่าน ๆ มาก็ยอมรับว่าเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ยากกว่าอย่างอื่น เพราะว่าถ้าเป็นนิยายประเภทอื่นก็จะเป็นเรื่องราวของชีวิตมนุษย์
และชีวิตมนุษย์โดยตัวมันเองก็น่าสนใจอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าเป็นนิยายวิทยาศาสตร์นั้นจะต้องมีความไม่ธรรมดาอยู่ในนั้น
แต่จะทำอย่างไรถึงจะให้ความไม่ธรรมดานั้นเป็นสิ่งที่ทำให้คนอ่านสามารถไปกับเราได้
ปกติอาจารย์จะมีงานในความรับผิดชอบมากและเดินทางบ่อย ไม่ทราบว่ามีการแบ่งเวลาอย่างไรในการเขียนหนังสือคะ
จะจัดเวลาดูที่ความสำคัญของงานครับ แต่ก็จะผสมผสานให้ลงตัว ลงตัวกับสิ่งที่เราเป็นและทำอยู่
ในขณะเดียวกันนั้นก็คำนึงถึงคนที่เราต้องเกี่ยวข้องด้วย กับครอบครัว ลูก ญาติ หรือเพื่อน
ว่าต้องให้สัดส่วนอย่างไรกันบ้าง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมีชีวิตส่วนตัวด้วย โดยพยายามที่จะกำหนดบทบาทตนเองให้อยู่ในกรอบพอสมควร
เพราะฉะนั้นหลาย ๆ อย่างที่ทำไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่มีคนขอให้ทำ แต่โดยจำกัดเรื่องเวลา
ก็จะต้องบอกปัดไปโดยตรง ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องจัดสัดส่วนเรื่องของเวลา อีกอย่างหนึ่งคืออาจจะโชคดีว่ามีความสนใจหลายอย่างทั้งอ่านหนังสือ
ดูหนัง ฟังเพลงและชอบขับรถ เพราะฉะนั้นทุก ๆ ขณะเวลาก็เป็นความสุขของแต่ละเวลานั้น
ๆ ไม่มีส่วนใดเลยที่น่าเบื่อ เพียงแต่ว่าเราเองต้องระวังว่า ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น
ทำอย่างไรจึงจะทำให้ทุกคนรู้สึกว่าตัวเขาเองก็สำคัญด้วย
แต่โดยภาพที่ปรากฏหรือว่าที่เกิดขึ้นจริง ๆ นั้น เวลาที่เขียนอย่างจริงจังก็คือเวลากลางคืน
เพราะว่าเวลากลางวันมักจะมีกิจกรรมเช่น ต้องมีการนัดหมายหรือไปประชุมเพราะว่าเป็นกรรมการให้กับสภาวิจัยแห่งชาติ
และด้านสื่อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกันหลาย ๆ ฝ่าย ต้องแบ่งเวลา แต่ก็ไม่ได้แบ่งเด็ดขาด
จริง ๆ แล้วจะไม่ค่อยมีเวลาที่ปล่อยให้น่าเบื่อ บางครั้งเวลาที่เรารู้ว่าเราไม่มีทางที่จะเลี่ยงมันเลย
เช่น รถติด เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องเลี่ยงเราจะใช้เวลา เช่น ฟังเพลง หรือไม่ก็อ่านหนังสือพิมพ์
หรือได้มีเวลาพูดคุยกับผู้ที่เดินทางไปด้วย ทั้งเรื่องมีสาระและไม่มีสาระ
ผมคิดว่าความหลากหลายของสิ่งที่ทำเป็นสิ่งสำคัญ ความหลากหลายของเรื่องที่เขียนด้วย
และก็ยังมีบางอย่างที่อยากทำแต่เมื่อเวลาและสภาพแวดล้อมไม่ให้ก็ไม่เป็นไร แต่ว่ามันยังอยู่ในใจ
ยกตัวอย่างเช่น ผมชอบแต่งเพลงมาก และแต่งไว้เยอะพอสมควร ก็อยากจะเห็นออกมาเหมือนกัน
แต่ก็รู้อยู่ว่าโดยสภาพงานที่ทำ สภาพแวดล้อม จังหวะที่เราจะให้เวลากับตรงนั้นมันยังไม่ค่อยได้
ก็เลยเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำไม่ค่อยได้เต็มที่ แต่ก็ไม่รู้สึกเดือดร้อนเท่าไหร่
ชอบฟังเพลง แต่งเพลง แล้วเล่นดนตรีด้วยหรือเปล่าคะ
เล่นดนตรี เล่นเป็นแทบทุกอย่างครับ แต่ว่าเล่นในสไตล์ของตนเอง ไม่ได้เล่นตามรูปแบบ
เพราะว่าสมัยเป็นเด็กนักเรียนต้องช่วยที่บ้านทำงาน เคยเข้าวงดนตรีของโรงเรียนแล้วต้องลาออกเพราะว่าไม่มีเวลาในการฝึก
ต้องกลับบ้านทำงาน แต่ก็ฝึกเอง เล่นเอง เอามาประกอบในการแต่งเพลงเอง เครื่องดนตรีที่ชอบเล่นมากก็คือ
หีบเพลงชัก จะเล่นบ่อย และใช้ประกอบในการแต่งเพลงด้วย
เพลงแนวไหนคะที่อาจารย์ชอบเป็นพิเศษ
ชอบทุกประเภททุกแนว แต่ที่ไม่ค่อยได้ฟังมากเท่าไหร่จะเป็นพวกเฮฟวี่เมทอล เฮฟวี่ร็อก
แต่ถ้าเป็นเพลงทั่ว ๆ ไปทั้งเพลงไทยเพลงสากลชอบหมด เพลงไทยก็ชอบทั้งลูกทุ่งลูกกรุง
เพลงลูกทุ่งจะชอบและสะสมมากแต่เป็นลูกทุ่งรุ่นเก่า
มักได้ยินเสมอว่าคนที่เก่งคำนวณมักจะไม่เก่งด้านภาษา แต่สำหรับอาจารย์แล้วถือได้ว่ามีความถนัดทั้งสองอย่าง
แล้วอาจารย์มีความเห็นเกี่ยวกับคำพูดนี้อย่างไรบ้างคะ
อาจจะไม่จำเป็นนะ ยกตัวอย่าง เช่น ไอน์สไตน์ ไอน์สไตน์นี้แน่นอนเก่งคำนวณเก่งคณิตศาสตร์
แต่ก็ชอบดนตรีมาก แต่ไอน์สไตน์จะมีจุดหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นจุดอ่อนก็คือ จะเป็นคนที่สนใจวิชาไหนก็จะเรียนเฉพาะวิชานั้น
ชอบวิทยาศาสตร์ ชอบคำนวณก็จะเรียนเฉพาะตรงนี้ ทุ่มเทเต็มที่ วิชาที่ไม่ชอบเลย เช่นวิชาเกี่ยวกับภาษา
ก็จะไม่เรียน แต่ดนตรีนี่ชอบมากครับ
ในการผลักดันหรือว่าส่งเสริมเกี่ยวกับแนวหนังสือวิทยาศาสตร์ อาจารย์มีเป้าหมายกำหนดไว้หรือเปล่าคะว่าจะต้องถึงระดับใดจึงจะพอใจ
โดยส่วนตัวนั้น มาถึงวันนี้ ถ้าถามว่าถึงเป้าหมายที่อยากจะทำไหม คิดว่าค่อนข้างจะเกินเป้าหมาย
เพราะว่าสมัยเด็ก ๆ เป็นเด็กที่มาจากศูนย์ก็ว่าได้นะ ทางบ้านไม่ค่อยมีอะไรให้ จะซื้อหนังสือก็ไม่ค่อยมีเงินซื้อ
จะซื้อหนังสือสักเล่มต้องสะสมเงินทั้งเดือนถึงจะซื้อได้ เพราะฉะนั้นจะซื้อหนังสือแพง
ๆ ไม่ได้หรอก แต่จากตรงนี้เลยทำให้เราเป็นคนที่รักการอ่าน เพราะฉะนั้นก็อยากจะเป็นนักเขียน
อยากจะเขียนนิยาย อยากจะเขียนหนังสือที่ควรจะใช้ประโยชน์ได้ คิดว่ามาถึงวันนี้ก็คงจะเกินที่อยากจะทำ
แต่ถามว่ายังมีอีกไหมที่อยากจะทำต่อเกี่ยวกับเรื่องหนังสือนั้น ยังมี คงจะเน้นพวกนิยายมากขึ้น
เพราะว่านิยายได้หยุดเขียนไปพักใหญ่ ประมาณ 4 ปีเห็นจะได้ เพราะฉะนั้นหนังสือที่คิดว่าอยากจะเขียนนั้น
ก็เขียนไปพอสมควรแต่ที่ยังอยากจะเขียนอีกก็มี
แต่ถ้าพูดถึงส่วนสังคม เรายังมีช่องว่างอยู่มาก หนังสือที่สร้างขึ้นมาโดยคนไทยเอง
โดยนักคิด นักวิชาการของไทยเราเองมีน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องแปล ตรงนี้ขาด เพราะฉะนั้นอย่างเช่นทางประพันธ์สาส์นมีความตั้งใจที่จะทำตรงนี้ก็ยินดีช่วยอย่างเต็มใจครับ
ก็เห็นแล้วว่าตอนนี้เราได้บรรลุเป้าหมายถึงระดับหนึ่ง เป้าหมายต่อไปก็คือ ทำอย่างไรเมื่อเราสร้างหนังสือออกมาแล้ว
จะให้ออกไปใช้งานได้จริง เพราะว่าคนไทยยังมีปัญหาในเรื่องของการที่จะเข้าหาสิ่งที่เป็นประโยชน์จริง
ๆ งานดีแต่ถ้าไปไม่ถึงมือผู้บริโภคนั้นก็มักจะอยู่กับที่ ผู้บริโภคเองก็ไม่พยายามที่จะไปหา
เพราะฉะนั้นเราเองก็อยากจะเห็นมีความเคลื่อนไหวทั้งสองด้าน ให้คนไทยรักการอ่านมากขึ้นและอาจจะยังมีการผลิตให้เป็นจริงเป็นจังมากขึ้น
ปกติถ้าว่างจากการทำงาน อาจารย์มีวิธีการพักผ่อนอย่างไรเป็นพิเศษบ้างหรือเปล่าคะ
ความจริงก็ว่างตลอดเวลานะครับ
เพราะสิ่งที่ทำทุกวันนี้มันเหมือนกับไม่ใช่งาน อาจจะโชคดีที่ว่าทำเฉพาะที่เราทำได้
และเราก็สนุกกับมันด้วย เพราะฉะนั้นสำคัญอย่างเดียวคือ สุขภาพร่างกาย ถ้าไม่มีปัญหาสุขภาพก็จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องงาน
หรืออย่างเช่นงานเขียนหนังสือก็เป็นงานที่มีความสุข เพราะว่าจะเขียนเฉพาะสิ่งที่ตนเองอยากเขียน
และจะมีสิ่งใหม่ ๆ ที่ท้าทายเข้ามาให้เขียน อย่างนี้นะครับ เวลาที่ทำงานถ้าเมื่อไหร่เหนื่อยก็หยุด
และจะพัก วิธีพักก็คือฟังเพลงหรือไม่ก็ดูหนัง หรือขับรถไปเรื่อย ๆ สบาย ๆ ส่วนใหญ่งานที่ทำทุกวันนี้ก็เหมือนกับไม่ใช่งานอยู่แล้ว
จะเป็นงานที่เขาขอกันเข้ามาหรือชวนกันเข้ามาและก็สนุก แต่เรื่องใหญ่มากก็คือจะระวังเรื่องสุขภาพครับ
อยากให้อาจารย์ฝากคำแนะนำสำหรับน้อง ๆ ที่สนใจในการเขียนหนังสือโดยเฉพาะแนววิทยาศาสตร์
ก็อยากจะให้อ่านให้มาก และก็ต้องรู้จักเลือกอ่านด้วย การอ่านหนังสือนั้นต้องอ่านอย่างค้นหา
เสร็จแล้วก็ทบทวนตัวเราเองว่าเรากำลังทำอะไรอยู่และมอง ๆ ดูโลกรอบตัว ดูตัวอย่างของคนที่สร้างผลงานดี
ๆ มากมายและศึกษาเขาว่าทำไมเขาทำได้ แต่อย่ารีบร้อนเกินไป ให้พยายามอยู่กับความพอดี
ในเรื่องของเทคโนโลยี หรือเรื่องเงินทอง ขอให้อยู่กับความพอดี พอเพียง เงินทองเป็นเรื่องสำคัญก็จริง
แต่ไม่ใช่สำคัญที่สุดนะครับ ให้มีเพียงพอที่เราจะรับผิดชอบตัวเราได้ และช่วยคนอื่นได้
แต่ไม่จำเป็นจะต้องมีมากมายเกินไป เพราะถ้ามีมากเกินไปกลับเป็นทุกข์เสียอีก ขอฝากไว้ด้วยครับ
***บทสัมภาษณ์จากเว็บไซต์ประพันธ์สาส์น*** |