Welcome to Thaiwriter.org
เว็บไซต์ "ชุมนุมนักเขียนไทย" จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนวงการวรรณกรรมไทย
THAIWRITER.ORG The Writers' Community of Thailand

นาม: ชัย ราชวัตร


ชัย ราชวัตร
เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ประสบความสำเร็จในอาชีพการ์ตูนนิสต์ล้อการเมือง สิ่งเหล่านั้นเกิดมาจากพรสวรรค์บวกกับพรแสวง จนสามารถกลั่นกรองเป็นมุขขำขันที่แฝงไว้ซึ่งสามัญสำนึก ภาพความสำเร็จของเขานั้นมิได้เกิดขึ้นโดยง่ายดาย หากแต่เกิดจากประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดชั่วอายุ นับว่าเป็นต้นทุนจากการทำงานหนักในพื้นที่ส่วนมันสมอง เคล็ดลับความสำเร็จอยู่ตรงไหนวันนี้จะได้รู้กัน

ทราบว่าก่อนที่จะมายึดอาชีพเป็นการ์ตูนนิสต์เคยเป็นหนุ่มแบงก์มาก่อนตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นจึงได้ผันตัวเองมาเป็นการ์ตูนนิสต์จนโด่งดังมาทุกวันนี้


ส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมทำงานแบงก์ก็เพราะผมเกิดมาในครอบครัวคนจีนอยู่ในแวดวงการค้า มาตั้งแต่เด็กเตี่ยก็เลยวางกรอบชีวิตให้เรียนวิชาเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจเพื่อมาดูแลกิจการของครอบครัวก็เลยเรียนตามใจเตี่ย ประกอบกับตอนนั้นผมเพิ่งเป็นหนุมก็อยากทำงานที่แต่งตัวเทห์ ๆ ผูกเทคไท นั่งห้องแอร์เย็นฉ่ำ แต่พอทำงานสักพักก็รู้ตัวเองว่าเกลียดงานที่ทำอยู่ไม่ชอบตัวเลขมากๆ แล้วผมก็มีความสนใจในเรื่องศิลปะ ขีด ๆ เขียน ๆ ตั้งแต่เล็กๆ ซึ่งก็ถือเป็นโชคดีของผมเพราะทำงานแบงก์ได้ระยะหนึ่งก็มีโอกาสเข้ามาทำงานเป็นฝ่ายศิลป์ให้นิตยสารเดอะเกม ต่อด้วยหนังสือพิมพ์การเมืองธงไทย และหนังสือพิมพ์มหาราษฎร์ สักพักพี่ปรีชา สามัคคี ก็ชวนกันทำงิ้วการเมือง แล้วก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในนาม นาย คชา ร่าย ชัย ราชวัตร รำ

เป็นอย่างไรมาอย่างไรจึงได้มาเขียนการ์ตูนชุดผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมินหมาเมินได้


การ์ตูนชุดนี้เกิดจากที่ผมทำงิ้วการเมืองอยู่พักหนึ่งก็รู้สึกเบื่อ จึงคิดจะสร้างการ์ตูนขึ้นใหม่ขึ้นมาแทน ซึ่งก็น่าจะเป็นการ์ตูนช่องจบในตอน ส่วนแนวความคิดนั้นผมได้มาจากบทความของ อาจารย์ป๋วย ที่เขียนวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของ จอมพลถนอมกิติขจร โดยให้นามแฝงว่า "นายเข้ม เย็นยิ่ง" (หมายอาจารย์ป๋วย)เขียนถึงนายทำนุ เกียรก้อง (หมายถึง จอมพลถนอม กิตติขจร ) ทำนองลูกบ้านเขียนถึงผู้ใหญ่บ้าน เล่าถึงความทุกข์ต่างๆ นาน ประกอบกับในช่วงเวลาที่ผมคิดการ์ตูนชุดนี้ (พ.ศ.2521) เหตุการณ์บ้านเมืองในตอนนั้นพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เข้าทำการปฏิวัติล้มรัฐบาลเผด็จการพลเรือน นายธานินทร์ กรัยวิเชียร สภาพบ้านเมืองโดยทั่วไปตอนนั้นยังไม่มีสภาพผู้แทนราษฎร์ ไม่มีรัฐธรรมนูญรัฐบาลของพลเอกเกรียงศักดิ์ จึงได้เสนอร่างรัฐธรรมนูญขึ้น แต่ประชาชนส่วนใหญ่กลับไม่ยอมรับ ด้วยเหตุผลที่ว่ารัฐธรรมนูญที่ถูกร่างขึ้นมานั้นเขียนขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการแสวงหาอำนาจของพวกพ้อง จึงพร้อมใจกันเรียกรัฐธรรมนูญฉบับนั้นว่า "รัฐธรรมนูญฉบับหมาเมิน" เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเหตุการณ์ในตอนนั้น ผมจึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า "ทุ่งหมาเมิน" หมายถึงประเทศไทย แสดงถึงความรู้สึกล้อเลียนเสียดสีอยู่ลึก ๆ ซึ่งอีกความหมายหนึ่งผมต้องการสื่อถึง ทุ่งที่ล้มเหลวทุกอย่าง ไม่มีใครอยากอยู่ สภาวะเศรษฐกิจสังคมเลยร้าย แม้แต่หมาก็ยังไม่อยากมอง แล้วจากนั้นก็ตั้งชื่อ "ผู้ใหญ่มา" ให้รับคล้องจองกัน

อยากที่ทราบดีว่าสักวันหนึ่งการ์ตูนชุดนี้ก็คงต้องปิดฉาก ไม่ทราบว่าเคยคิดถึงตอนจบของการ์ตูนชุดนี้คือเปล่า


ผมยังไม่ทราบเลยแต่อย่างไรมันก็ต้องจบสักวันหนึ่ง เหมือนตอนพฤษภาทมิฬผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมินก็เคยหยุดไประยะหนึ่ง เพราะสถานการณ์ตอนนั้นทหารเข้ามาเอาจริงเอาจังกับสื่อมวลชน หนังสือพิมพ์ก็ต้องย้อนคอลัมน์นี้ก็ต้องถอยตาม ซึ่งขณะนั้นผมก็แกล้งทำเป็นว่า เกิดโรคระบาดลงที่หมู่บ้านเสียงสรวลเสเฮฮาก็หายไป ซึ่งต้องนั้นผมคิดว่าจะจบการ์ตูนชุดนี้แล้ว แต่ก็ทนเสียงการเรียกร้องจากผู้อ่านไม่ได้เมื่อเหตุการณ์พฤษาทมิฬสงบลงการ์ตูนชุดนี้จึงกลับมาตามคำเรียกร้องอีกครั้ง จนถึงทุกวันนี้ ถ้าจะให้ผมตอบว่าเมื่อไร ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่คงมีสักวันที่มีโอกาสเหมาะๆ

อย่างให้กล่าวถึงความผูกผันกับงานผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมินสักเล็กน้อย


ผมมีความผูกผันกับมันมากจะว่าไปแล้ว งานชิ้นนี้ถือว่าเป็นงานชิ้นโบแดงก็ว่าได้ ผมอยู่กับการ์ตูนชุดนี้ทุกวัน ตอนนี้ก็ 23 ปีเข้าไปแล้ว จะว่าไปก็กว่าเศษหนึ่งส่วนสามของชีวิต ถ้าจะเปรียบงานชุดนี้เป็นลูกชายซึ่งตอนนี้ก็โตเป็นหนุ่มแล้วจึงทำให้ผมผูกพันกับมันเป็นธรรมดา

ถ้าเด็กไทยอย่างเขียนการ์ตูนล้อการเมืองเก่ง ๆ จะต้องทำอย่างไร


การเขียนการ์ตูนการเมืองเก่งนั้นไม่ได้อยู่ที่ฝีมือแล้ว มันอยู่ที่ความคิด คนที่อ่านคอลัมน์ผมประจำเพราะเขาอ่านความคิด ผมจะบอกเด็กใหม่ทุกคนที่มาปรึกษาผมให้เขาอ่านหนังสือเยอะ ๆ สังเกตสิ่งที่รอบตัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่ละคร ซึ่งบางทีก็เหนื่อยไม่ใช่เล่น เพราะวัยอย่างผมยังต้องตามไปดูว่า แถบ RCA หรือ Center Poins เขาทำอะไรกันทำไมวัยรุ่นจึงไปชุมชุนกันที่ไหน แต่งตัวกันอย่างไร เวลาเขียนจะได้เขียนถูก คนที่จะมาเขียนการ์ตูนนั้น ผมคิดว่าต้องเป็นคนที่มีความตั้งใจ และรักในงานนี้อย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้สามารถนำสิ่งแวดล้อมรอบตัวมาถ่ายทอดและสะท้อนความคิดได้อย่างเป็นธรรมชาติ

***บทสัมภาษณ์จากเว็บไซต์ประพันธ์สาส์น***


นาม: อาจารย์เบญจา ธรรมจำรัส


คุยนอกรอบประจำสัปดาห์นี้ เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ อาจารย์เบญจา ธรรมจำรัส นักเขียนคนหนึ่งที่คว้ารางวัลรองชนะเลิศจากการประกวดการเขียนสารคดีเยาวชน รางวัลแว่นแก้ว ครั้งล่าสุดไปครอง อาจารย์บอกเราว่า จริงๆ แล้วอาจารย์ไม่ค่อยมีโอกาสได้เขียนหนังสือมากนัก ด้วยภาระการงานที่ทำให้ไม่มีเวลามากพอ แต่สำหรับการเขียนสารคดีเยาวชนเรื่อง วันวารของแม่ นี้ อาจารย์มีแรงบันดาลใจบางอย่างในการเขียน สิ่งนั้นคือ อะไร ติดตามได้จากคำตอบด้านล่างนี้เลยค่ะ

ก่อนอื่น ขอทราบประวัติสักเล็กน้อยค่ะ

เกิดวันที่ 21 มกราคม 2498 ที่ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา
เรียนจบชั้นประถมศึกษา โรงเรียนวัดปากน้ำ(สร้อยประชาสรรค์) และโรงเรียนวัดแจ้ง
เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนสุตะบำรุงพิทยาคาร อำเภอบางคล้า
เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปลาย โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ฉะเชิงเทรา
จบปริญญาตรี การศึกษาบัณฑิต (กศ.บ.) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน (มหาวิทยาลัยบูรพา)
ปัจจุบันสมรสแล้วกับ นายยงยุทธ ธรรมจำรัส มีบุตร 1 คน
รับราชการตำแหน่งอาจารย์ 2 ระดับ 7 โรงเรียนชลบุรี "สุขบท" อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

อาจารย์เริ่มสนใจการเขียนหนังสือตั้งแต่เมื่อไรคะ

สนใจงานเขียนมาตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมต้น เคยเขียนเรื่องสั้นอ่านเล่นในหมู่เพื่อนเพียงเรื่องเดียวและไม่มีเวลาเขียนอีก จนรับราชการครู สอนวิชาวรรณกรรมไทย ได้เขียนคู่มือวิจารณ์วรรณกรรมให้นักเรียนดูเป็นตัวอย่าง 1 เล่ม จากนั้นทำหน้าที่บรรณารักษ์จึงไม่มีโอกาสเขียน ได้แต่อ่านอย่างเดียวเพราะภาระงานที่ทำไม่เอื้ออำนวย

ก่อนที่จะได้รับรางวัลจากการประกวดสารคดีเยาวชน รางวัลแว่นแก้ว เคยส่งงานประกวดหรือได้รับรางวัลอื่นๆ มาก่อนหรือเปล่าคะ

ไม่มีเลยค่ะ นอกจากรางวัลแต่งกลอนวันสุนทรภู่ สมัยที่เรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 มศว.บางแสน

การเขียนสารคดีให้เยาวชนอ่าน มีความแตกต่างหรือมีความยากง่ายต่างจากการเขียนสารคดีทั่วไปอย่างไร

สารคดีเป็นการเขียนด้วยข้อเท็จจริงจึงต้อคำนึงถึงความถูกต้องเป็นหลัก ซึ่งยากพอๆกับหนังสือสำหรับเด็ก เพียงแต่เรื่องที่ให้เด็กอ่านนั้นต้องเป็นเรื่องยากที่ทำให้ง่าย ใช้ภาษาที่เหมาะกับวัยเด็กและสนุกสนานแต่อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เชื่อถือได้

สารคดีที่ดีควรเป็นอย่างไรคะ

ต้องมีสาระที่ถูกต้อง ภาษาดี อ่านแล้วเข้าใจง่าย ถูกต้องตามหลักการใช้ภาษาที่เป็นแบบแผน มีมาตรฐาน

เล่าถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้เลือกเขียนสารคดีเรื่อง วันวารของแม่ จนได้รับรางวัลรองชนะเลิศจากการประกวดรางวัลแว่นแก้วให้ฟังสักหน่อยได้ไหมคะ

แรงบันดาลใจที่เขียนเรื่องนี้ เพราะต้องการถ่ายทอดชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่อยู่ริมน้ำบางปะกง สมัยที่ตัวเองเป็นเด็กได้เห็นอยู่ทุกวัน และปัจจุบันเริ่มเลือนหายไป ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดาย ประกอบกับดิฉันป่วยเป็นโรคมะเร็งคิดว่าคงเหลือเวลาไม่มากนัก จึงน่าจะเขียนเรื่องเพื่อบันทึกไว้ให้ลูกได้รับรู้ว่าแม่ได้ผ่านอะไรมาบ้าง ลำบากอย่างไรกว่าจะมาถึงวันนี้เพื่อให้ลูกมีความพยายามในการเรียนและทำงาน ทั้งได้รับรู้วัฒนธรรมพื้นบ้านที่แม่เคยได้เห็นมาก่อน ความตั้งใจที่จะเขียนเรื่องนี้มีมานานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาส จนกระทั่งเห็นประกาศเชิญชวนประกวดวรรณกรรมเยาวชนตามโครงการแว่นแก้ว จึงคิดว่าน่าจะเขียนในครั้งนี้เพื่อได้ประโยชน์สองทาง คือถ้าไม่ได้รางวัลใดๆ ก็ได้เรื่องให้ลูกอ่านดังที่ตั้งใจไว้ จึงเริ่มลงมือเขียน ก่อนเขียนได้ค้นคว้าข้อมูลจากหนังสือต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบกับประสบการณ์ของตัวเองและใช้เวลาเขียนจริงๆ ประมาณ 10 วัน จากนั้นเป็นการพิมพ์และแก้ไขโดยให้ลูกอ่านก่อน

คิดว่าการประกวดงานเขียนหรือประกวดหนังสือมีความสำคัญต่อพฤติกรรมการอ่านหนังสือของคนไทยอย่างไร

การประกวดงานเขียนเป็นเรื่องดีเพราะเป็นการทำให้คนอ่านได้อ่านหนังสือที่หลากหลายและมีคุณภาพ เป็นแรงกระตุ้นให้คนอ่านหนังสือมากขึ้น

สมมติว่า ถ้าไม่มีเวทีประกวดให้นักเขียนเลย อะไรจะเกิดขึ้น

ถึงไม่มีเวทีประกวดให้นักเขียนเลยเราก็ยังคงได้อ่านหนังสืออยู่ดี เพราะคนอยากเขียนมีจำนวนมาก ถึงแม้ไม่มีรางวัลตอบแทนเขาก็คงเขียน เพียงแต่จำนวนหนังสือที่คนได้อ่านอาจจะไม่มากเหมือนในปัจจุบันเท่านั้น

สุดท้ายนี้ขอฝากบอกคนที่เป็นนักอ่านว่า ดีใจที่ท่านเป็นนักอ่านเพราะการอ่านจะเป็นประตูไปสู่โลกที่กว้างใหญ่ไม่มีขีดจำกัด ได้รับทั้งความรู้และความสุขที่ไม่อาจบรรยายให้ใครรู้ได้นอกจากได้อ่านเอง ส่วนคนที่อยากเขียนก็จงเริ่มลงมือเขียน เริ่มเขียนในสิ่งที่ตัวเองอยากเขียนแล้วจึงเริ่มเขียนเรื่องที่คิดว่าคนอื่นอยากอ่าน ขอให้เริ่มเขียนบรรทัดแรกให้ได้แล้วท่านจะเขียนเป็นเล่มได้ไม่ยากเลย


***บทสัมภาษณ์จากเว็บไซต์ประพันธ์สาส์น***

bb
Copyright 2004 THAIWRITER.ORG All rights reserved
contact us: webmaster@thaiwriter.org