ชัย
ราชวัตร เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ประสบความสำเร็จในอาชีพการ์ตูนนิสต์ล้อการเมือง
สิ่งเหล่านั้นเกิดมาจากพรสวรรค์บวกกับพรแสวง จนสามารถกลั่นกรองเป็นมุขขำขันที่แฝงไว้ซึ่งสามัญสำนึก
ภาพความสำเร็จของเขานั้นมิได้เกิดขึ้นโดยง่ายดาย
หากแต่เกิดจากประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดชั่วอายุ
นับว่าเป็นต้นทุนจากการทำงานหนักในพื้นที่ส่วนมันสมอง
เคล็ดลับความสำเร็จอยู่ตรงไหนวันนี้จะได้รู้กัน
ทราบว่าก่อนที่จะมายึดอาชีพเป็นการ์ตูนนิสต์เคยเป็นหนุ่มแบงก์มาก่อนตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นจึงได้ผันตัวเองมาเป็นการ์ตูนนิสต์จนโด่งดังมาทุกวันนี้
ส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมทำงานแบงก์ก็เพราะผมเกิดมาในครอบครัวคนจีนอยู่ในแวดวงการค้า
มาตั้งแต่เด็กเตี่ยก็เลยวางกรอบชีวิตให้เรียนวิชาเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจเพื่อมาดูแลกิจการของครอบครัวก็เลยเรียนตามใจเตี่ย
ประกอบกับตอนนั้นผมเพิ่งเป็นหนุมก็อยากทำงานที่แต่งตัวเทห์ ๆ ผูกเทคไท นั่งห้องแอร์เย็นฉ่ำ
แต่พอทำงานสักพักก็รู้ตัวเองว่าเกลียดงานที่ทำอยู่ไม่ชอบตัวเลขมากๆ แล้วผมก็มีความสนใจในเรื่องศิลปะ
ขีด ๆ เขียน ๆ ตั้งแต่เล็กๆ ซึ่งก็ถือเป็นโชคดีของผมเพราะทำงานแบงก์ได้ระยะหนึ่งก็มีโอกาสเข้ามาทำงานเป็นฝ่ายศิลป์ให้นิตยสารเดอะเกม
ต่อด้วยหนังสือพิมพ์การเมืองธงไทย และหนังสือพิมพ์มหาราษฎร์ สักพักพี่ปรีชา สามัคคี
ก็ชวนกันทำงิ้วการเมือง แล้วก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในนาม นาย คชา ร่าย ชัย
ราชวัตร รำ
เป็นอย่างไรมาอย่างไรจึงได้มาเขียนการ์ตูนชุดผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมินหมาเมินได้
การ์ตูนชุดนี้เกิดจากที่ผมทำงิ้วการเมืองอยู่พักหนึ่งก็รู้สึกเบื่อ
จึงคิดจะสร้างการ์ตูนขึ้นใหม่ขึ้นมาแทน ซึ่งก็น่าจะเป็นการ์ตูนช่องจบในตอน
ส่วนแนวความคิดนั้นผมได้มาจากบทความของ อาจารย์ป๋วย
ที่เขียนวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของ จอมพลถนอมกิติขจร โดยให้นามแฝงว่า "นายเข้ม
เย็นยิ่ง" (หมายอาจารย์ป๋วย)เขียนถึงนายทำนุ เกียรก้อง (หมายถึง จอมพลถนอม กิตติขจร
) ทำนองลูกบ้านเขียนถึงผู้ใหญ่บ้าน เล่าถึงความทุกข์ต่างๆ นาน ประกอบกับในช่วงเวลาที่ผมคิดการ์ตูนชุดนี้
(พ.ศ.2521) เหตุการณ์บ้านเมืองในตอนนั้นพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เข้าทำการปฏิวัติล้มรัฐบาลเผด็จการพลเรือน
นายธานินทร์ กรัยวิเชียร สภาพบ้านเมืองโดยทั่วไปตอนนั้นยังไม่มีสภาพผู้แทนราษฎร์
ไม่มีรัฐธรรมนูญรัฐบาลของพลเอกเกรียงศักดิ์ จึงได้เสนอร่างรัฐธรรมนูญขึ้น แต่ประชาชนส่วนใหญ่กลับไม่ยอมรับ
ด้วยเหตุผลที่ว่ารัฐธรรมนูญที่ถูกร่างขึ้นมานั้นเขียนขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการแสวงหาอำนาจของพวกพ้อง
จึงพร้อมใจกันเรียกรัฐธรรมนูญฉบับนั้นว่า "รัฐธรรมนูญฉบับหมาเมิน" เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเหตุการณ์ในตอนนั้น
ผมจึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า "ทุ่งหมาเมิน" หมายถึงประเทศไทย แสดงถึงความรู้สึกล้อเลียนเสียดสีอยู่ลึก
ๆ ซึ่งอีกความหมายหนึ่งผมต้องการสื่อถึง ทุ่งที่ล้มเหลวทุกอย่าง ไม่มีใครอยากอยู่
สภาวะเศรษฐกิจสังคมเลยร้าย แม้แต่หมาก็ยังไม่อยากมอง แล้วจากนั้นก็ตั้งชื่อ "ผู้ใหญ่มา" ให้รับคล้องจองกัน
อยากที่ทราบดีว่าสักวันหนึ่งการ์ตูนชุดนี้ก็คงต้องปิดฉาก ไม่ทราบว่าเคยคิดถึงตอนจบของการ์ตูนชุดนี้คือเปล่า
ผมยังไม่ทราบเลยแต่อย่างไรมันก็ต้องจบสักวันหนึ่ง เหมือนตอนพฤษภาทมิฬผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมินก็เคยหยุดไประยะหนึ่ง
เพราะสถานการณ์ตอนนั้นทหารเข้ามาเอาจริงเอาจังกับสื่อมวลชน หนังสือพิมพ์ก็ต้องย้อนคอลัมน์นี้ก็ต้องถอยตาม
ซึ่งขณะนั้นผมก็แกล้งทำเป็นว่า เกิดโรคระบาดลงที่หมู่บ้านเสียงสรวลเสเฮฮาก็หายไป
ซึ่งต้องนั้นผมคิดว่าจะจบการ์ตูนชุดนี้แล้ว แต่ก็ทนเสียงการเรียกร้องจากผู้อ่านไม่ได้เมื่อเหตุการณ์พฤษาทมิฬสงบลงการ์ตูนชุดนี้จึงกลับมาตามคำเรียกร้องอีกครั้ง
จนถึงทุกวันนี้ ถ้าจะให้ผมตอบว่าเมื่อไร ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่คงมีสักวันที่มีโอกาสเหมาะๆ
อย่างให้กล่าวถึงความผูกผันกับงานผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมินสักเล็กน้อย
ผมมีความผูกผันกับมันมากจะว่าไปแล้ว งานชิ้นนี้ถือว่าเป็นงานชิ้นโบแดงก็ว่าได้ ผมอยู่กับการ์ตูนชุดนี้ทุกวัน
ตอนนี้ก็ 23 ปีเข้าไปแล้ว จะว่าไปก็กว่าเศษหนึ่งส่วนสามของชีวิต ถ้าจะเปรียบงานชุดนี้เป็นลูกชายซึ่งตอนนี้ก็โตเป็นหนุ่มแล้วจึงทำให้ผมผูกพันกับมันเป็นธรรมดา
ถ้าเด็กไทยอย่างเขียนการ์ตูนล้อการเมืองเก่ง ๆ จะต้องทำอย่างไร
การเขียนการ์ตูนการเมืองเก่งนั้นไม่ได้อยู่ที่ฝีมือแล้ว มันอยู่ที่ความคิด คนที่อ่านคอลัมน์ผมประจำเพราะเขาอ่านความคิด
ผมจะบอกเด็กใหม่ทุกคนที่มาปรึกษาผมให้เขาอ่านหนังสือเยอะ ๆ สังเกตสิ่งที่รอบตัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง
สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่ละคร ซึ่งบางทีก็เหนื่อยไม่ใช่เล่น เพราะวัยอย่างผมยังต้องตามไปดูว่า
แถบ RCA หรือ Center Poins เขาทำอะไรกันทำไมวัยรุ่นจึงไปชุมชุนกันที่ไหน แต่งตัวกันอย่างไร
เวลาเขียนจะได้เขียนถูก คนที่จะมาเขียนการ์ตูนนั้น ผมคิดว่าต้องเป็นคนที่มีความตั้งใจ
และรักในงานนี้อย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้สามารถนำสิ่งแวดล้อมรอบตัวมาถ่ายทอดและสะท้อนความคิดได้อย่างเป็นธรรมชาติ
***บทสัมภาษณ์จากเว็บไซต์ประพันธ์สาส์น*** |