The Catcher in the Rye เราไม่อาจรองรับใครได้ ถ้าเรากำลังร่วงหล่น

Posted by & filed under วรรณกรรมต่างประเทศ.

โฮลเดน คอลฟิลด์ เป็นเด็กหนุ่มขวางโลก ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้สำหรับเขาล้วนเฟก ล้วนน่าเกลียด น่าขยะแขยง หากคิดเป็นสัดส่วน คงมีสัก 1% เท่านั้นที่เด็กหนุ่มผู้นี้ชอบ ส่วนอีก 99% เขาเกลียด

ไม่ว่าจะเป็นตัวบุคคล กลุ่มบุคคล สถาบันอย่างโรงเรียน หรือแม้แต่พิธีกรรมที่ไม่น่าจะมีอะไรให้เกลียดอย่างงานศพ เขาก็เกลียด

ได้ยินดังนี้ คงไม่ต้องเสียเวลาพิจารณาให้เนิ่นนานอีกต่อไปที่จะสรุปความว่า โฮเดนคือขบถของสังคม ซึ่งเป็นธรรมชาติของขบถทั่วไป ที่แม้จะเกลียดสังคมอย่างไร ในใจลึกๆเขาอยากจะเปลี่ยนให้สังคมมันดีขึ้น อาจแตกต่างจาขบถนักปฏิวัติทั่วไป ตรงที่เขาไม่ต้องการเป็นตัวชนหรือกองหน้า ที่จะเข้าไปปลุกปั่นประท้วงให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเด่นชัด แต่เขาปรารถนาเป็นเพียงกองหลัง ผู้คอยรองรับไว้ไม่ให้ใครร่วงหล่น โดยเฉพาะเด็กรุนเยาว์กว่าเขา ดังตัวบทที่เขากล่าวว่า “พี่นึกภาพเด้กตัวเล็กๆเล่นเกมกันอยู่ในทุ่งหญ้ากว้าง เด็กเล็กเป็นพันๆคน และไม่มีใครอยู่แถวนั้นเลย พี่หมายถึงไม่มีคนตัวใหญ่อยู่เลย นอกจากพี่คนเดียว และพี่ก็ยืนอยู่ที่ขอบหน้าผาสูงที่อันตราย สิ่งที่พี่ต้องทำคือพี่ต้องเป็นคนที่คอยรับทุกคน ถ้าพวกเขาจะร่วงหล่นตกจากหน้าผา พี่จะทำแค่นั้นทั้งวัน พี่จะเป็นแค่คนที่คอยรับคนไม่ให้ร่วงหล่นจากท้องทุ่ง พี่รู้ว่ามันบ้าแต่นั่นเป็นเพียงอย่างเดียวที่พี่อยากทำ″

ด้วยความปรารถนานี้ โฮลเดนคงเป็นวีรบุรุษของชนรุ่นหลัง ถ้าไม่ติดตรงที่ว่า เขาจะคอยรับใครได้ ในเมื่อตัวเขาเอง ที่กำลังร่วงหล่น ลงสู่หุบเหว
โฮลเดนถูกไล่ออกจากโรงเรียนนับครั้งไม่ถ้วน ต่อสู่ไม่เคยชนะใคร และเป็นเด็กหนุ่มที่น่ารำคาญอย่างยิ่งยวด เพราะอาการขวางโลกที่เขาเป็นอยู่ ทำให้แม้แต่น้องสาวก็ยังพลอยรำคาญเขาไปด้วย แม้กระทั่งปณิธานของเขา ซึ่งมาจากบทกวีของโรเบิร์ต เบิร์นส์ เขาก็ยังจำผิด จาก “หากมีใครพบคนที่วิ่งออกมาจากท้องทุ่ง” เขาดันจำเป็น “หากมีใครคอยรับคนที่วิ่งออกมาจากท้องทุ่ง”

จริงอยู่ การขวางโลกที่โฮลเดนเป็น ถือเป็นสัญญาณที่ดีของนักวิวัฒน์พัฒนา แต่โฮลเดนไม่อาจเป็นวีรบุรุษผู้เปลี่ยนสังคมได้ ในเมื่อเขามีแต่ความน่าเกลียด ไม่พอใจ แต่ไม่มีทางออกให้กับใคร แม้แต่ตัวเขาเองไม่ผิดถ้าจะกล่าวว่า โฮลเดนกำลังร่วงหล่น แล้วคนที่กำลังร่วงหล่นเช่นเขานี่ละหรือ จะสามารถคอยรับใครได้

โฮลเดน คอลฟิลด์ คือตัวละครเอกในนิยายอมตะ The Catcher in the Rye (1951) ผลงานของ Jerome David Salinger หรือที่คนทั่วโลกรู้จักเขาในนาม J.D. Salinger (ค.ศ. 1919-2010)
นักเขียนเชื้อสายอเมริกัน

The Catcher in the Rye เป็นนิยายที่โด่งดังไปทั่วโลก และเป็นนิยายที่เด็กนักเรียนอเมริกันแทบทุกคนต้องผ่านตา ในฐานะวรรณกรรม นิยายเรื่องนี้สะท้อนภาพสังคมอเมริกันที่เต็มไปด้วยความเสื่อมโทรมทางจิตวิญญาณ ความหลอกลวงฉาบฉวยของคนในสังคม และโฮลเดนคือเหยื่อผู้ตกอยู่ในวงล้อมอันไม่น่าพิสมัยนี้ เขาเกลียดชังสังคม แต่เขาก็ไร้ทางออกให้ตัวเอง เขาปรารถนาจะคอยรับผู้ร่วงหล่นจากสังคมเน่าเฟะ แต่เขานั่นเองที่กำลังร่วงหล่น ชีวิตช่วงสั้นๆของโฮลเดนบอกให้เราในฐานะนักอ่านได้ตระหนักว่า มันไม่มีทางเป็นไปได้ที่เราจะคอยรับใคร ในเมื่อเราคือคนที่กำลังร่วงหล่น เราชี้ทางสว่างให้ใครไม่ได้ ถ้าเราเองยังถูกขังอยู่ในความมืด สิ่งสำคัญคือ วุฒิภาวะทางปัญญา เราต้องยืนอยู่บนพื้นฐานของปัญญา จึงจะสามารถรับใครอื่นได้

โฮลเดนต้องการวุฒิภาวะทางปัญญา ก่อนที่จะไปรับผู่ที่ร่วงหล่น แต่ปัญหาก็คือ สังคมที่เขาเกลียด ไม่เห็นจะมีใครมอบวุฒิภาวะทางปัญญาให้แก่เขา กล่าวแบบเล่นลิ้นหน่อยก็ได้ว่า ไม่เห็นมีผู้ใหญ่คนไหน จะเป็นผู้คอยรับไว้ ไม่ให้โฮลเดนร่วงหล่น

TEXT : กิติคุณ คัมภิรานนท์

อ้างอิง : The Catcher in the Rye”จะเป็นผู้คอยรับไว้ ไม่ให้ใครร่วงหล่น” , J.D.Salinger,ปราบดา หยุ่น : แปล, ไลต์เฮาส์พับลิชชิ่ง, 2552.

facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail